ของจริง !!! ขอแสดงความยินดีต่อครัวเรือนไทยทั้งหลาย เตรียมตัวต้อนรับค่าเก็บขยะ 150 บาท/เดือน กันได้เลย

โดย วงษ์พาณิชย์ สันป่าตอง-เชียงใหม่



ทุกวันนี้ เป็นที่รับรู้และสัมผัสกันได้ว่า เศรษฐกิจประเทศเราถดถอยลงอย่างหนัก ทำมาหากินลำบาก  ข้าวของขายไม่ได้  ค่าครองชีพสูง ข้าวยากหมากแพง คนหนุ่มสาวตกงาน เงินทองหายากลงไปทุกที แต่ละครัวเรือนต้องดิ้นรนกระเสือกกระสนเอาตัวรอดกันอย่างแสนสาหัส ซึ่งไม่รู้อีกเมื่อไรที่เศรษฐกิจไทยถึงจะกลับฟื้นขึ้นอีกครั้ง และก็ไม่รู้ว่าจะมีสักกี่ครัวเรือนที่เข้มแข็งพอที่จะสามารถอยู่รอดไปได้จนถึงวันนั้น?.....

วิบากกรรมซ้ำซัด... เมื่อ ครม.ของรัฐบาลทหาร คสช. ได้ลงมติเห็นชอบให้จัดเก็บค่ากำจัดขยะในอัตราครัวเรือนละ 150 บาทต่อเดือน ทุกครัวเรือนทั้งประเทศ ซึ่งองค์กรปกครองท้องถิ่น(อปท.)แต่ละแห่งจะทยอยปรับขึ้นค่าจัดเก็บขยะนี้กันต่อไป

โดยอัตราค่าจัดเก็บขยะนี้คำนวนจากน้ำหนักเฉลี่ยของขยะที่ครัวเรือนหนึ่งๆนำมาทิ้งให้เทศบาลคือ  1 คน/1 kg /วัน  , 1 ครัวเรือนเฉลี่ยมี 5 คน  = 5 kg/วัน, ดังนั้น 30 วัน = 150 kg/ครัวเรือน/เดือน  ซึ่งมีค่าใช้จ่าย  1 kg / 1 บาท ดังนั้น จึงต้องเก็บ 150 บาท/ครัวเรือน  ซึ่งค่าจัดเก็บเดิม 40 บาท/เดือน นั้น อปท.คิดเฉพาะค่าจัดเก็บขนย้ายเท่านั้น ยังไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายในการกำจัด จึงทำให้ อปท.ต้องนำงบประมาณส่วนอื่นมาโปะ และกลายเป็นภาระของรัฐส่วนกลางก็ต้องจ่ายงบสนับสนุนด้านนี้แก่ อปท.ไม่มีวันจบสิ้น ...จนรัฐบาลทหาร คสช.ต้องกำหนด "ปัญหาขยะเป็นวาระแห่งชาติ"

ที่สำคัญมีการอ้างเหตุผลว่า  การเพิ่มค่าเก็บขยะเป็น 150 บาท /เดือนนั้น จะทำให้ครัวเรือนตระหนัก และหันมาลดหรือคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิลมากขึ้น  ซึ่งฟังแล้วดูดีมีเหตุผล น่าสนใจทีเดียวเชียวแหละ และก็คงมาจากแนวคิด "ผู้ผลิตขยะต้องเป็นผู้จ่ายค่ากำจัดขยะ" นั่นเอง

อันตัวข้าพเจ้าเห็นด้วยอย่างยิ่งและยังยืนยันนั่งยันเต็มที่ว่า ปัญหาขยะจำเป็นต้องจัดการอย่างจริงจังและเร่งด่วน กระทั่งต้องถือเป็น "วาระแห่งชาติ"

แต่เดี๋ยวก่อน .....โจทย์คำถามใหญ่ที่ชาวบ้านชาวช่องเขากังวลและอยากให้ผู้ที่(ฉวยโอกาส)กำหนดกติกานี้ลงมานั่งคุยกันฉันท์บ้านเมืองในระบอบประชาธิปไตย ก็คือ
"มาตรการเก็บค่าขยะ 150 บาท/ครัวเรือน/เดือน นี้ จะสามารถแก้ปัญหาขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมได้จริงหรือ?"  ซึ่งมีประเด็นถกเกียงย่อยลงไปอีก เช่น 

1) ปกติประชาชน/พลเมืองก็จ่ายภาษี/ค่าธรรมเนียมต่างๆเยอะแยะมากมายอยู่แล้ว จ่ายทั้งรัฐส่วนกลาง จ่ายทั้งราชการส่วนภูมิภาค จ่ายทั้งองค์กรปกครองท้องถิ่น รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ล้านๆบาท/ปี เป็นไปได้ใหม ที่จะปรับการบริหารจัดการงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ซึ่งน่าจะเพียงพอสำหรับแบ่งมาใช้จัดการปัญหาขยะได้ โดยไม่ต้องเพิ่มภาระให้กับประชาชนด้วยการขึ้นค่าจัดเก็บขยะอีก?

2) หากมีบางครัวเรือนที่เขาสามารถลดปริมาณและเหลือขยะทิ้งแค่วันละ 0.5 kg / วัน
บ้างหล่ะ เขาจะจ่าย 15 บาท หรือยังต้องจ่าย 150 บาท เท่ากันกับครัวเรือนอื่นๆที่ผลิตขยะมากกว่า?

3) หากเอาเข้าจริงว่า อปท.จะคิดค่าจัดเก็บขยะตามปริมาณหรือน้ำหนักของขยะที่แต่ละครัวเรือนมอบให้เป็นภาระของอปท. ...ในทางปฏิบัติที่เป็นจริง วิธีการจะเป็นเช่นไร?  เช่นวิธีการชั่งน้ำหนัก , เวลาอยู่บ้าน/นัดหมายที่ไม่ตรงกัน ...ฯลฯ คงปวดหัวน่าดู ไม่ต่างจากกฎหมาย/นโยบายห้ามนั่งหลังรถกระบะ...

4) จะมี อปท.หน้าใหนสักกี่แห่งที่จะกล้าหาญชาญชัยสนองรับนโยบายและลงมือปรับค่าจัดเก็บเป็น 150 บาท/เดือน/ครัวเรือนดังกล่าวฮึ?

5) มีวิธีการทางเลือกอื่นๆใหม  ที่สามารถแก้ปัญหาขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่นและได้ผล โดยไม่จำเป็นต้องเก็บ 150 บาท/เดือนแบบเหมารวมทุกพื้นที่ชุมชน? (หากเพียงแค่หัดไปดูตัวอย่างของจริงที่เขาทำได้ในแต่ละท้องถิ่นบ้าง)

เจตนาดีไม่พอครับ ต้องฟังเสียงประชาชน/พลเมืองส่วนใหญ่ หลีกเลี่ยงการฉวยโอกาสกำหนดกติกาตอนบ้านเมืองไร้ระบอบประชาธิปไตยเพียงเพื่อให้ความคิดความเชื่อของตนบรรลุผล

บทความต่อๆไป จะขอทดลองนำเสนอแนวทางจัดการปัญหาขยะในรายละเอียด เผื่อจะมีประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองของเราบ้าง-ไม่มากก็น้อย(ฮา) วันนี้ก็ขอให้ทุกท่านเจริญพวงเทอญ(เพิ่งฮา) หริือท่านใดมีแนวทางวิธีอื่นที่ดีๆ ก็ขอเชิญแลกเปลี่ยนความคิดเห็นตามแก่สมควรเทอญ


ถูกอกถูกใจ กรุณากด Like Page / Share Page ให้ด้วยครับ
ตรงนี้ครับ www.facebook.com/wongpanitcm

ดูเรื่องราวและผลงานของร้านเพิ่มเติมได้ที่
website : www.khayathong.com  
FB Fan Page : www.facebook.com/wongpanitcm
FB Profile : www.facebook.com/wongsanpatong
Blog : khayathong.blogspot.com

ติดต่อเราทันที
092-578-8989, 086-428-5443
Email : pisnovsky@gmail.com
Line ID :  pitsanu-jc


ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม